ในปี พ.ศ. 2476 พ่อค้าคหบดีคนจีนได้มาตั้งรกรากทำมาค้าขายในตลาดชุมแสงมากมาย
มีความเห็นพ้องกันที่จะให้ลูกหลานของตนได้มีการศึกษาภาษาไทย - จีน ได้ร่วมมือกันสละทรัพย์ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมา ชื่อว่า “โรงเรียนซาหมิน” และได้ดำเนินการสอนมา 2 ปี จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนกงมิ้ง”
ต่อมาปี พ.ศ. 2484 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้สั่งปิดโรงเรียนที่สอนภาษาจีนทั่วประเทศ จนกระทั่งสงครามยุติ ทางราชการอนุญาตให้เปิดโรงเรียนอีกครั้ง แต่ขณะนั้นโรงเรียนต้องประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่ดินและอาคารเรียนของโรงเรียน ซึ่งตกอยู่ในสิทธิครอบครองของเทศบาล
คณะกรรมการของโรงเรียน นำโดยคุณไพบูลย์ ศิริวัธน์ คุณเอ้งชื้อ แซ่อึ้ง คุณเสรี เหลืองหิรัญและครูวิจิตร นกยูงทอง ได้ยื่นต่อศาลร้องขอกรรมสิทธิ์ในที่ดินจนเป็นผลสำเร็จ และได้จดทะเบียนที่ดินเป็นมูลนิธิ ชื่อเต็มว่า “มูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์” อีกทั้งเปลี่ยนชื่อโรงเรียนกงมิ้งเป็น “โรงเรียนพาณิชสงเคราะห์”
โรงเรียนได้ดำเนินการมาถึงปี 2527 เป็นเวลา 50 ปีเศษ เจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาเป็นอย่างสูง ทำให้นักเรียนมาเรียนเพิ่มมากขึ้นไม่สามารถจะรับได้ เนื่องจากอาคารเรียนเก่าแก่ผุพัง ในปีนี้เองคุณสมชาย แสงธาราทิพย์ ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิ คุณไพโรจน์ จุลพงศธร
คุณทวี เตชะมวลไววิทย์ รองประธาน คุณปริญญา วีระเศรษฐกุล ผู้จัดการ คุณมนัส ชนะชัย เจ้าของโรงเรียน ได้เชิญคณะกรรมการโรงเรียนและชาวตลาดชุมแสงมาร่วมปรึกษาหารือ เพื่อจะสร้างโรงเรียนใหม่ ทุกท่านเห็นดีให้รีบดำเนินการหาเงินมาก่อสร้าง ได้รับแรงศรัทธาจากคณะกรรมการโรงเรียน ศิษย์เก่า ชาวตลาดชุมแสง และจากอำเภอใกล้เคียงได้ร่วมบริจาคทรัพย์อย่างมากมาย อีกทั้งเจ้าพ่อเจ้าชุมแสง
โดยคณะกรรมการกลางได้นำเงินมาร่วมสมทบทุนในการก่อสร้างโรงเรียนอีกทั้ง เป็นจำนวน
1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
โรงเรียนได้ออกแบบก่อสร้างโดยคุณสันติ จึงแสงสถิตย์พร (สถาปนิก) คุณกมุท เกียรติเฟื่องฟูและคุณสุวัฒน์ ชมพูนุชประภา (วิศวกร) ก่อสร้าง โดยบริษัทนำแสงพาณิชย์ก่อสร้าง จำกัด
ในต้นปี พ.ศ. 2529 การก่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่ได้แล้วเสร็จ นับเป็นเอกลักษณ์ที่ดีเด่นและศักดิ์ศรีที่แสดงถึงความสามัคคีกลมเกลียว และความสามารถของพวกเราชาวชุมแสงที่ได้สืบทอดเจตนารมย์ของบรรพบุรุษ ที่ยังคงให้การศึกษาวัฒนธรรมอันดีงามของไทย - จีน ยั่งยืนสถาพรสืบต่อไป
|